ทำอย่างไรให้ “ตำรวจไทย” ได้ใจประชาชนกลับคืนมา?
ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อตำรวจ หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Public Trust
เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของงานตำรวจ เพราะถ้าประชาชนเชื่อมั่น ตำรวจจะทำงานได้ง่ายขึ้น
คนในสังคมก็กล้าให้ข้อมูล กล้าร่วมมือ และรู้สึกว่าตำรวจคือ “ที่พึ่งสุดท้าย” เมื่อมีปัญหา
ในสหรัฐอเมริกา หน่วยงานอย่าง สำนักงานเชอรีฟแอลเอ (LA County Sheriff’s Department)
ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก จนกำหนดเป็น ค่านิยมหลัก (Core Values) ที่ต้องทำทุกวัน
สัญลักษณ์ดาว 6 แฉกของเขา สื่อถึงค่านิยมดังนี้:
- Integrity – ซื่อสัตย์สุจริต
- Courage – กล้าหาญ
- Compassion – มีเมตตา
- Professionalism – เป็นมืออาชีพ
- Respect – เคารพหน้าที่และประชาชน
- Accountability – รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
คำขวัญประจำหน่วยคือ
“Earning the Public Trust Every Day” – สร้างศรัทธาทุกวัน
แล้วตำรวจไทยล่ะ?
ผมเชื่อว่าตำรวจไทยมีคนเก่ง คนดีจำนวนมาก แต่ระบบโครงสร้างที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน
ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น
- ระบบอุปถัมภ์ / ซื้อขายตำแหน่ง
- ผู้บังคับบัญชาบางระดับไม่มีความสามารถเพียงพอ
- หน่วยงานซ้ำซ้อน
- งบประมาณและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ
- ภาพลักษณ์ที่เสียหายจากการเรียกรับเงินหรือส่วย
ปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิด “วงจรไม่ไว้วางใจ” จนประชาชนจำนวนมากหมดศรัทธา
จะฟื้นศรัทธาได้อย่างไร?
1 เริ่มจาก “ผู้นำองค์กร”
หัวหน้าตำรวจทุกระดับต้องเป็นแบบอย่าง
ถ้าผู้นำยึดหลักธรรมาภิบาล ไม่ซื้อขายตำแหน่ง ไม่รับผลประโยชน์
ผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะปฏิบัติตาม
ถ้าหัวไม่สั่น หางก็ไม่กระดิก
2 กระจายอำนาจ—คล้ายระบบ Sheriff ของสหรัฐฯ
ในสหรัฐอเมริกา ตำแหน่ง Sheriff มาจาก “การเลือกตั้งของประชาชน”
จึงทำให้ผู้นำเป็นอิสระจากนักการเมือง และต้องทำงานเพื่อคนในพื้นที่จริง ๆ
คำถามคือ… ถึงเวลาหรือยังที่คนไทยจะเลือกผู้นำตำรวจระดับจังหวัดเอง?
3 ปรับระบบสรรหา–ฝึกอบรมให้มีมาตรฐานสูงขึ้น
ในอเมริกา การคัดเลือกตำรวจคัดเข้มมาก
จากผู้สมัคร 100 คน เหลือเพียงประมาณ 10 คนเท่านั้น ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนตำรวจ
ตรวจสอบทุกอย่าง:
- ประวัติย้อนหลังตั้งแต่อายุ 18
- สัมภาษณ์เพื่อนบ้านและที่ทำงานเก่า (Extensive Background Investigation)
- ทดสอบเครื่องจับเท็จ (Polygraph Examination)
- ตรวจสุขภาพ–จิตวิทยา (Psychological evaluation and medical examination.)
- ภาคสนาม (Physical Ability Test )
- เรียน 6 เดือนหรือประมาณ22 สัปดาห์ ได้รับเงินเดือนระหว่างอบรม
เงินเดือนเริ่มต้นก็สูง:
- จบ ม.ปลาย:$6,625 Equal to 212,000 บาท/เดือน
- จบอนุปริญญา $6.773 Equal to 216,736 บาท/เดือน
- จบปริญญาตรี: $7151 Equal to 228,832 บาท/เดือน
For information go to www.lasdcareers.org
ตรงกันข้ามกับไทย
ตำรวจใหม่ได้เงินเดือนประมาณ 20,000 บาท
แถมต้องซื้อปืนและอุปกรณ์เอง ทำให้เกิดปัญหาทั้งด้านความปลอดภัยและคอร์รัปชัน
4 แก้ปัญหา “สินบน–ส่วย” ให้เด็ดขาด
สินบน = จ่ายเพื่อแลกผลประโยชน์ครั้งเดียว
ส่วย = จ่ายเป็นรายเดือน เพื่อให้งานไหลลื่น เช่น ตู้แดง หรือร้านผิดกฎหมาย
ส่วยคือ “โรคเรื้อรัง” ของระบบราชการไทย
ต้องประกาศ Zero Tolerance อย่างจริงจัง
5 แก้โครงสร้างงานที่ซ้ำซ้อน เช่น งานสอบสวน
พนักงานสอบสวนมีน้อยและงานหนัก เงินเพิ่มเพียงหลักพัน
ควรให้ตำรวจทุกนายหมุนเวียนได้หลายงานเหมือนสหรัฐฯ
เพื่อให้มีทักษะครบด้าน ลดภาระงานค้าง และลดปัญหาความล่าช้า
6 อุปกรณ์ต้องได้มาตรฐานเดียวกัน
การให้ตำรวจซื้อปืนเอง—ต่างคนต่างซื้อ—เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
สหรัฐฯ ใช้มาตรฐานเดียว เพราะอุปกรณ์คือ “ชีวิตของตำรวจและประชาชน”
รัฐควรจัดหาให้เหมาะสม และคืนเมื่อเกษียณ
สรุป
การฟื้น “ความศรัทธาต่อตำรวจไทย” ไม่ได้เริ่มที่ประชาชน
แต่เริ่มจาก ผู้นำ–ระบบ–มาตรฐาน–ความโปร่งใส
เมื่อประชาชนเห็นว่า
- ตำรวจตั้งใจทำงาน
- ไม่มีส่วย
- ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง
- ใส่ใจความปลอดภัยของประชาชน
- มีอุปกรณ์เพียงพอ
- มีมาตรฐานเท่าทันโลก
ศรัทธาก็จะกลับคืนมาเอง
ประเทศไทยต้องการ “ตำรวจมืออาชีพ”
ไม่ใช่แค่ตำรวจที่ทำงานตามหน้าที่
แต่เป็นตำรวจที่ประชาชนเชื่อใจได้จริง ๆ
โชคดีครับ
โดย…คิด ฉัตรประภาชัย










